วันศุกร์ 27 พฤศจิกายน 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวภูธร ข่าวร้องเรียน ข่าววันนี้ เกาะข่าวเด็ด > ชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ร้องอดีต ส.ส.เพื่อไทย พร้อมใจปล่อยลูกโป่งสีดำกว่า 200 ลูก ส่งสัญญาณถึงรัฐบาล ไม่ควรคิดขายสมบัติชาติ การยาสูบฯ เป็นของคนไทย ชี้รัฐบาลแก้ปัญหาโควต้าได้ พร้อมยับยั้งเก็บภาษีบุหรี่บัตรทองให้กองทุน สปสช

ชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ร้องอดีต ส.ส.เพื่อไทย พร้อมใจปล่อยลูกโป่งสีดำกว่า 200 ลูก ส่งสัญญาณถึงรัฐบาล ไม่ควรคิดขายสมบัติชาติ การยาสูบฯ เป็นของคนไทย ชี้รัฐบาลแก้ปัญหาโควต้าได้ พร้อมยับยั้งเก็บภาษีบุหรี่บัตรทองให้กองทุน สปสช

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 ที่บริเวณหอประชุม ที่ทำการกำนันตำบลลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ สมาคมชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ ได้จัดประชุมใหญ่ เพื่อชี้แจงสถานการณ์อุตสาหกรรมกับสมาชิก กว่า 1,000 คน หลังมีข่าวรัฐบาลกำลังพิจารณาขายการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ให้บริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ร้องรัฐบาลช่วยชุบชีวิต ยสท. ด้วยการยกเลิกร่างกฎหมายเก็บภาษีบุหรี่สมทบกองทุนบัตรทอง พร้อมขอให้ยืนยันการเลื่อนภาษียาสูบ 40% และเคลียร์ประเด็นโควต้ารับซื้อกับชาวไร่ยาสูบให้เร็วที่สุด โดยมี นายจักรัตน์ พั้วช่วย อดีต ส.ส. เพื่อไทย จ. เพชรบูรณ์ เดินทางมาร่วมรับฟังสถานการณ์


นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์ จ. เพชรบูรณ์ กล่าวว่า “เกษตรกรชาวไร่ยาสูบกว่า 7,000 ครอบครัวในจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่างกำลังเดือดร้อนจากผลกระทบของภาษีสรรพสามิตยาสูบ เพราะการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท) เพิ่งประกาศลดปริมาณการรับซื้อใบยาจากชาวไร่ทุกสายพันธุ์ ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์เคยได้รับโควต้าปีละ 4.8 ล้าน กก. แต่ปีนี้เหลือเพียง 2.5 ล้าน กก. หรือลดลงไปกว่า 48 % ซึ่งทำให้ชาวไร่เดือดร้อน หมดอาชีพทำกินที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แถมรัฐบาลจะมาซ้ำเติมด้วยกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขจัดทำร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการภาครัฐ เพื่อจัดเก็บเงินสมทบจากผลิตภัณฑ์ยาสูบในอัตรามวนละ 10 สตางค์ หรือซองละ 2 บาท

เพื่อสมทบเข้ากองทุนสำนักงานหลักประกันเงินสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บัตรทอง ยิ่งจะทำให้อุตสาหกรรมแย่ลงไปอีก บีบคั้นให้อาชีพของเราต้องหายไปจากจังหวัดเพชรบูรณ์
โดยในวันนี้ สมาชิกของเรากว่า 850 คน จึงมาร่วมลงชื่อเพื่อคัดค้านร่างกฎหมายนี้ พร้อมทั้งชูป้ายเรียกร้อง และปล่อยลูกโป่งสีดำขึ้นสู่ท้องฟ้า หวังส่งสัญญาณไปให้ถึงทำเนียบรัฐบาลว่า “ตอนนี้เราก็เดือดร้อนอยู่แล้ว อย่ารังแกชาวไร่อีกเลย”
นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์ จ. เพชรบูรณ์ ยังแสดงความกังวลต่อข่าวที่รัฐบาลอาจตัดสินใจขายการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ให้กับบริษัทบุหรี่ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ เจแปน โทแบคโก ว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด การที่ ยสท. ประสบภาวะขาดทุน จนต้องมาตัดโควต้ารับซื้อใบยาชาวไร่ เป็นเพราะอัตราภาษีบุหรี่ที่สูงเกินไป อันที่จริงสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ไม่ยาก เพียงเลื่อนการขึ้นภาษีร้อยละ 40 ในเดือนตุลาคม 2562 ออกไปก่อน และอย่ามาเก็บภาษีสมทบกองทุน สปสช. บัตรทอง ยสท. หรือเลือกที่จะเก็บจากสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น สุรา เบียร์ รถยนต์ แทนบุหรี่ แทนที่จะคิดขายสมบัติของคนไทยให้ต่างชาติ


ล่าสุด ผู้ว่าการ ยสท. เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่าจะขยายเวลาการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ 40% ออกไปอีก 2 ปี เป็นวันที่ 1 ต.ค.64 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่ เพราะภาพรวมของอุตสาหกรรมยาสูบหดตัวลง 15% หลังจากกรมสรรพสามิตประกาศปรับอัตราภาษียาสูบ เมื่อเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา จนทำให้ ยสท. ต้องประกาศโควตาการรับซื้อใบยาเพียงร้อยละ 50 ทุกสายพันธุ์ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัวและจ่ายหนี้สินของชาวไร่ จนทำให้ชาวไร่ยาสูบต้องล่ารายชื่อ 30,000 ราย เพื่อขอให้ ยสท. รับซื้อใบยาเพิ่มเติม


ด้าน นายอ้าย แก่นนาค ชาวไร่ยาสูบใน อ. หล่มสัก ให้ความเห็นเพิ่มเติมในกรณีนี้ว่า “การขึ้นภาษียาสูบแต่ละครั้ง จะยิ่งทำให้อุตสาหกรรมยาสูบหดตัวลง ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือชาวไร่ยาสูบที่รายได้น้อยและไม่มีหนทางทำมาหากินอื่น การให้สวัสดิการด้านสุขภาพกับประชาชนเป็นเรื่องที่ดี แต่ทำไมต้องมาเจาะจงเก็บภาษีจากสินค้าบุหรี่เพียงอย่างเดียว อยากให้รัฐบาลยกเลิกการขึ้นภาษีร้อยละ 40 ปีหน้า และร่างกฎหมาย พรบ. เก็บเงินสมทบ สปสช.บัตรทอง 2 บาทนี้ไปก่อน ชาวไร่ยาสูบผูกพันกับการยาสูบตั้งแต่สมัยยังเป็นโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง แม้จะประสบปัญหาบ้าง รัฐบาลไหนๆ ก็แก้ไขกันมาได้ทุกครั้ง ครั้งนี้เป็นเรื่องโควต้าการรับซื้อใบยาของชาวไร่ กับผลกระทบการขึ้นภาษี แต่รัฐบาลก็ไม่ควรถอดใจ ขายทิ้งสมบัติของชาติ ซึ่งคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ หรือรัฐบาลตอนนี้จะเอาใจแต่เฉพาะต่างชาติ กับกลุ่มเจ้าสัวนายทุนทั้งหลาย จนลืมเกษตรกรชาวไร่ยาสูบตาดำๆ อย่างเรา”
ขณะที่ นายมานพ กุญชร อายุ 65 ปี ชาวไร่ยาสูบ หมู่ 26 ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ครอบครัวตนยึดอาชีพทำไร่ยาสูบมาตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปัจจุบัน รวม 33 ปี สามารถเลี้ยงดูครอบครัว และส่งเสียลูกหลานเรียนหนังสือมาโดยตลอด แต่หลังจากถูกตัดโควต้ารับซื้อใบยาสูบลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ชาวไร่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากวอนให้รัฐบาล ทบทวนปัญหาดังกล่าว โดยทางชาวไร่ไม่ได้เรียกร้องขอโควต้าเพิ่มมากขึ้นจากเดิม แต่เพียงขอโควต้ารับซื้อให้เท่าเดิม ก็เพียงพอแล้ว


ทั้งนี้ สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายน พ.ศ. 2557 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกใบยาสูบและร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและปกป้องอาชีพของชาวไร่ยาสูบใน จ.เพชรบูรณ์ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 790 คน ใบยาเบอร์เลย์ ปลูกมากใน อ.หล่มสัก อ. เมือง จ.เพชรบูรณ์

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก
มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าวประชาสัมพันธ์

นายกรัฐมนตรีรับมอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 จากประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และคณะ รวมจำนวน 180,000 ชิ้น เตรียมนำมอบเป็นของขวัญให้กับเด็กและเยาวชนในวันเด็กแห่งชาติ 11 ม.ค.นี้
6 มกราคม 2020

นายกรัฐมนตรีรับมอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 จากประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และคณะ รวมจำนวน 180,000 ชิ้น เตรียมนำมอบเป็นของขวัญให้กับเด็กและเยาวชนในวันเด็กแห่งชาติ 11

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook